P_J's profileความลับ...กับภาพลวงตา......PhotosBlogListsMore Tools Help

ความลับ...กับภาพลวงตา....และความเป็นจริง

ฉันคือภาพลวงตาสำหรับความเหงา...เธอคือความจริงที่เป็นเพียงตัวหนังสือ..ไม่มีเธอ ..ไม่มีฉัน..เราสองคนไม่มีตัวตน..

Custom HTML

 

P_J

Occupation
Location
Interests
ฉันก็คือฉันที่อยู่บนโลกที่เดียวดาย

Windows Media Player

Custom HTML

 

Custom HTML

 

Custom HTML

 

Custom HTML

 

Custom HTML

 
Photo 1 of 36

Custom HTML

 

Custom HTML

 
1/8/2008

มันเกิดอะไรกับฉัน

8 มกราคม 2551

          เสียใจจัง....ฉันรู้สึกหดหู่ใจอีกแล้ว...ฉันทำร้ายครอบครัวฉันอีกแล้ว ฉันไม่รู้ว่า ทำไปเพราะรู้ หรือไม่รู้ หรือว่าควบคุมอารมณ์ไม่ได้กันแน่ บางทีฉันก็แสดงท่าทางที่คนอื่นมองแล้วไม่พอใจออกมา ฉันมักไม่พอใจอะไรง่ายๆ...อย่างเมื่อวานนซืน เป็นวันอาทิตย์ ฉันกลับมาจาก แจกผ้าห่มที่แกน้อย ก็ไปนั่งเก็บหนังที่ร้าน ยิ่งนั่งไปก็คิดอะไรไม่รู้ฟุ้งซ่าน ฉันคิดว่า ทำไมๆๆๆ ทำไมไม่มาเก็บร้านว๊ะ ไอ่น้องบอยอยู่บ้านเฉยๆทำไมไม่มาเก็บ..แล้วก็พาลอารมณ์เสีย..และพอดีนวลอุ่งโทรเข้ามือถือ ฉันพูดอย่าห้วนจัดว่า อะไร มีอะไร นวลอุ่งบอกว่า พี่ขอหนังสนุกๆไปดูหน่อยสิ ฉันก็กลับไปว่า ไม่ได้ รอให้เก็บเสร็จก่อน...นวลอุ่งก็เงียบไป และก็วางสายไป...ฉันรู้สึกผิดเลยเดินออกไปคุยกะน้องคืนว่า รอให้พี่เก็บเสร็จก่อนนะ แล้วค่อยมาเลือกไปดู ทำไมต้องโทรเข้ามือถือละ ทำไมไม่เดินมาบอก นวลอุ่งก็ตอบมาว่า ก็น้องเห็นพี่เงียบๆไป แค่อยากคุยด้วย ฉันก็ได้แต่มองน้องอย่างขอโทษในใจ ฉันได้ทำร้ายจิตใจน้องตัวเองไปอีกแล้ว นวลอุ่งมีศักดิ์เป็นน้องเพราะเป็นลูกของน้า ฉันได้ทำร้ายจิตใจของน้องตัวเอง เหมือนตอกตะปูลงไปในใจน้องแล้วก็ถอนตะปูออกด้วยคำว่าขอโทษ และฉันก็รู้ว่า มันยังคงมีร่องรอยแห่งการตอกลงไปแน่นอน...แต่ยังไม่หมด ใจของฉันยังไม่หยุด พอตอนเย็น ไกล้ๆเย็น แม่โทรเข้ามือถืออีก แม่ถามว่าอยู่ใหนตอนนี้ ฉันก็ตอบไปแบบห้วนๆว่า อยู่ร้านสิ เก็บหนังเนี่ย ทำไมๆๆทำไมถึงถามว่าลูกอยู่ใหนคิดว่าลูกอยู่ใหน...และก็วางสายไป...พอตอนค่ำแม่มารับพ่อก็มาด้วย...แม่บอกจะแวะกาดเมืองใหม่หน่อยเพราะว่า จะชื้อของไปทำบุญเปิดร้านเสือ ฉันฉุนขึ้นมาในใจอย่างแรง..และเริ่มคิดโมโห พูดจาห้วนๆกับแม่เสียงดังจนคนในตลาดมอง นั่นเพราะว่าฉันอยากดูหนังเรือ่งปี่แก้วนางหงษ์ แต่แม่ยังชื้อของไม่เสร็จสักที จนแม่บอกกับนวลอุ่งว่า ให้เอาวีดีโอมาอัดเสียงของฉันแล้วมาเปิดให้ฉันฟัง จะรู้ว่ามันไม่น่าฟังแค่ใหน ฉันก็ยังไม่สนยังคงหน้างอ ฉันไม่รู้ว่าทำไมควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ พอตอนกลับจะถึงบ้านพ่อบอกว่าหิวข้าวจะกินอะไรดี ฉันก็บอกว่าไม่กินไม่หิว พอพ่อจะแวะชื้อฉันก็หน้างอไปใหญ่ พ่อเลยบอกว่าไม่ชื้อไม่กินแล้ว และก็ออกรถกลับบ้านอย่างเร็ว...ฉันรู้ว่าผิดที่ฉันอีกแล้วแต่สุดท้ายพ่อก็ต้องกลับไปต้มมาม่ากิน ส่วนฉันก็ยังหน้างอไม่เลิก....แต่ไม่กล้าอาละวาดเพราะว่าพ่อเริ่มอารมณ์ไม่ดีแล้ว...พอเสือกลับมาบ้าน เค้าพาเพื่อนมาด้วย และเสือก็เข้าห้องอาบน้ำไป ฉันก็เริ่มหาเรื่องอีกแล้ว เริ่มเรียกเสือบอกให้อาบน้ำเร็วๆ จะอาบแล้วๆๆ เสือก็เหมือนแกล้งอาบให้นานกว่าเก่า..เหมือนยิ่งยุให้ฉันโมโห ฉันบ่นอุบเลย พ่อเลยบอกว่า ห้องน้ำมีตั้ง 3 ห้องจะไปอาบห้องนั้นทำไม ห้องพ่อกับแม่ก็มี ห้องพี่น้ำก็มี ฉันก็เถียงว่า ก็ของใช้ลูกอยู่ในห้องน้ำห้องนี้นี่ แม่เลยบอกว่าทีนี้ก็เอาของใช้ใส่ขันไว้แล้วก็เอาออกมาไว้นอกห้องน้ำพอมีคนอาบห้องนี้ฉันจะได้ไปอาบห้องอื่นได้ ฉันยิ่งหน้างอแล้วบอกว่า ถ้างั้นห้องน้ำห้องนี้ก็ไม่มีของใช้แล้ว เพราะว่าของใช้ทั้งหมดลูกเป็นคนชื้อ ถ้าลูกเอาออกมาหมดเสือกับน้องบอยก็ไม่ต้องใช้..พ่อกับแม่ก็เงียบไป ที่จริงแล้วฉันอยากเอาชนะ...ฉันกำลังหงุดหงิดและอยากหาที่ระบาย ฉันรู้ว่าฉันไปอาบห้องพ่อกับแม่ก็ได้ ไปอาบห้องพี่น้ำก็ได้ แต่ฉันอยากหาเรื่องแค่นั้น  ฉันไม่รู้ว่าเพราะอะไรทำไมเรื่องเล็กๆน้อยๆทำไมไม่ยอม ทำไมจ้องแต่หาเรื่อง..ฉันกำลังคิดถึงอะไร พอเสือออกห้องน้ำมาพ่อก็บอกว่า เสร็จแล้วไปอาบสิ ฉันก็นิ่งไม่ไปอาบ แม่คงกลัวพ่อจะหาเรื่องด่าฉันเลยพูดขึ้นว่า สงสัยเหมือนน้องบอยมั้งที่บอกว่า กลิ่นอายยังอยู่อะรอให้หายก่อน ฉันรู้ว่าแม่อยากช่วยฉันไม่อยากให้พ่อดุฉัน..ฉันเลยลุกไปอาบน้ำ และเข้านอน ฉันรู้ได้เลยว่ามันเป็นคืนที่ทรมาน ฉันถามตัวเองซ้ำๆว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับฉัน ฉันต้องการอะไรกันแน่ๆ พร้อมๆกับบอกตัวเองไปว่า ฉันต้องผ่านคืนนี้ไปสิ ต้องผ่านคืนนี้ไปให้ได้ ฉันกำลังเหงาใช่ใหม..เหงาเหรอ ต้องผ่านไปให้ได้ และก็หลับไป ...ตื่นขึ้นมาได้ยินเสียงแม่กับนวลอุ่งและน้านุห่านกำลังทำกับข้าวอยู่ในครัว..แต่ฉันไม่ลุกไปช่วยได้แต่นอนมองความมืดและฟังเสียงแม่ทำกับข้าว พอ 6.30 ฉันลุกไป พ่อกำลังดื่มกาแฟอยู่ น้านุห่านมองฉันแต่ไม่พูดอะไร นวลอุ่งก็จ้องฉันแต่ฉันกลับทำปากหาเรื่องใส่ นวลอุ่งบอกว่าอะไรเนี่ยมาทำปากหาเรื่องแต่เช้า แล้วก็หัวเราะ นั่นเพราะว่า มีแต่เด็กเท่านั้นทำปากแบบนี้ตอนไม่พอใจ..ฉันก็ได้แต่หัวเราะ และก็เอาผ้าไปซัก...พ่อพูดมาว่า เด็กบ้านนี้ยังเด็กเนอะ ยังไม่ถึงขวบเลย ยังทำอะไรไม่เป็น เลยไม่ช่วยทำอะไรเลย พอฉันได้ยิน ฉันเถียงไปทันทีว่า ก็ลูกเห็นว่ามีน้านุห่านกับนวลอุ่งช่วยแล้วนี่ถ้าอย่างลูกไม่ช่วยนะ ลูกคนอื่นก็เหมือนกันแหละ ฉันโยนความผิดให้พี่น้ำเฉยเลย....

          และวันนี้ วันที่ 8 มกราคม 2551 วันอังคาร ฉันรู้สึกใจไม่ดีทั้งวัน เพราะว่ารู้สึกเสียใจที่เมื่อเช้าด่าน้องชายตัวเองไปทั้งๆที่ไม่ใช่ความผิดของน้อง วันนี้เสือตื่นขึ้นมาแต่เช้าและแต่งตัวเสร็จแต่เช้าเพราะว่า เมื่อวานฉันหาเรื่องตลอดทางไปส่งว่านั่งรถกับเสือทีไรไปทำงานสายทุกที เสือปรับตัวแล้ว สังเกตได้จากแต่งตัวเสร็จก่อน 7.30 เป็นที่ฉันเองที่ช้า วันนี้ และตอนขับรถออกมาจะไปทำงานเสือเป็นคนขับ ส่วนฉันนั่งข้างๆ ฉันนึกได้ว่าเอาใบเรียกคัดตัวทหารไว้ที่ล๊อกเก็บของในรถเสือ เลยรีบเปิดกลัวมันหาย พอเปิดไม่มี ฉันเลยถามเสือว่า เห็นใบเรียกทหารน้องบอยใหม เสือบอกไม่เห็น ฉันสวนไปว่า ไม่เห็นได้ไง ฉันเก็บไว้ในนี้ เสือก็เงียบไป ฉันยังหาเรื่องไม่หยุดบอกไปว่า จะเอาอะไรทิ้งก็หัดอ่านมั่งสิ เพราะตอนนั้นฉันคิดไปเรียบร้อยแล้วว่าเสือเอาทิ้งไปละ เสือก็ตอบกลับมาว่า นี่เธอคิดว่าฉันเอาทิ้งเหรอ ฉันตอบไปว่า เออ...เสือก็เลยบอกว่า งั้นไม่ต้องพูดกันเลย..ฉันยิ่งหงุดหงิด พอดีนวลอุ่งขึ้นรถมา...และเอาเงินยื่นให้ฉันบอกว่านี่เป็นเงินของเมื่อวาน ฉันปัดมือนวลอุ่งออกไปแล้วพูดว่า ไม่ใช่เงินฉันอย่าเอามาให้ฉัน  และพูดเสียงพอที่เสือจะได้ยินว่า เงิน...(คำหยาบ)...เฮ้อ ...แน่นอนว่า คำพูดนี้ต้องทำร้ายจิตใจน้องของฉันแน่นอนเพราะว่าฉันไม่เคยด่าว่าน้องด้วยถ้อยคำแรงๆแบบนี้มาก่อน และฉันก็ตั้งใจที่จะทำร้ายจิตใจน้องของฉันให้มากที่สุด แต่ฉันก็ยังไม่หยุด ยิ่งเห็นเสือเงียบยิ่งอารมณ์ไม่ดี เลยยกหูโทรหาน้องบอยถามว่าเห็นใบเรียกทหารใหม น้องบอยบอกว่า เก็บแล้ว..ตอนนี้ฉันก็รู้สึกว่าได้ทำร้ายจิตใจน้องตัวเองไปมากมาย ...และมาถึงตอนนี้ บ่ายสามแล้ว ใจฉันยังคิดถึงเรื่องเมื่อเช้า นี่ตกลงฉันอยากให้น้องของฉันเจ็บใจ หรือว่าให้ตัวเองเจ็บใจกันแน่ๆ เพราะว่าผลของการกระทำมันย้อนมาทำให้ใจของฉันไม่สบายใจทั้งวัน ฉันกินข้าวกลางวันไม่อร่อยเลย กินได้ไม่ถึงครึ่งก็อิ่ม ยิ่งคิดถึงถ้อยคำที่พูดไปก็ยิ่งเสียใจ ยิ่งคิดว่าเสือทำงานหนักและต้องทำอะไรทุกอย่างและฉันยังไปย้ำและสร้างความลำบากให้น้องไปอีก โดยการทำให้น้องไม่สบายใจที่สุด..ทั้งๆที่ฉันรู้ว่า การหนักใจนั้นมันทรมาน ทั้งที่รู้ว่า ทำงานหนักๆดีกว่าหนักใจแต่ฉันก็ยังไปสร้างความหนักใจให้กับพ่อแม่ พี่น้องของฉันเอง...ฉันเสียใจนะ แต่ฉันควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้เลย ฉันไม่รู้ว่าร่างกายฉันมีส่วนกับอารมณ์ของฉันใหม ทำไมฉันหดหู่ได้ วันนี้วันนั้นของเดือนก็มาด้วย ฉันคิดว่ามันมีส่วนใหม มันมีส่วนทำให้อารมณ์ฉันร้ายหรือเปล่า หรือว่าแค่ฉันนิสัยไม่ดีจริงๆ หรือว่าเป็นเพราะจะมีประจำเดือน แต่ที่แน่ๆ ฉันได้ทำร้ายใจพ่อแม่ เสือ น้องบอย นวลอุ่ง และน้านุห่านไปแล้วในสองวันที่ผ่านมา....อยากบอกว่า ขอโทษและเสียใจ นะ...แต่ก็ไม่ได้พูดไป..เพราะคิดว่ามันช่างไร้สาระกับอารมณ์ของฉันเองเหลือเกิน มันคงดีถ้าฉันขอโทษ แต่มันบ่อยนะ กับอารมณ์แบบนี้ของฉัน...และฉันรู้ว่าอะไรผิดนะ ฉันเรียนรู้มันได้เอง อยู่ที่ว่า ฉันจะปรับปรุงและเอาชนะตัวเองได้หรือเปล่าเท่านั้นเอง....เสียใจนะ อาจจะมีหลายๆคนนะที่อยากสั่งสอนฉันถ้าได้อ่านบันทึกของฉัน แต่ฉันเชื่อเลยว่าฉันคงแค่รับฟังแต่สุดท้ายฉันก็คงเป็นตัวเองเหมือนเดิม ฉันอยากฆ่าอะไรที่อยู่ในใจของฉันทำให้ฉันอารมณ์ไม่ดี และกลายเป็นคนนิสัยไม่ดีแบบนี้ อยากให้สิ่งชั่วร้ายที่อยู่ในใจมันไม่มี ฉันจะได้ไม่ทำร้ายจิตใจคนในครอบครัวตัวเองอีก แต่ก็นั่นแหละ ขนาดอารมณ์ฉันเอง ตัวฉันเอง ฉันยังแทบไม่รู้จัก สำหรับคนที่ไม่เป็นแบบฉัน ก็อย่าได้คิดว่าจะสั่งสอนฉันได้เลย เพราะฉันคงไม่ชนะมารในใจฉันอยู่ดี ....ฉันต้องการอะไรกันแน่นะ....ยิ่งคิดตอนที่ว่า อยากให้ไม่มีใครก่อนใช่ใหมถึงจะรู้สึกเสียใจ และทำดีกับคนในครอบครัว แต่ฉันก็ไม่ชนะอยู่ดี ยังคอยหาเรื่องพ่อกับแม่อยู่ดี ฉันนั่งเขียนไปก็อยากร้องให้ไปนะ รู้สึกเสียใจมากๆ แต่ฉันเชื่อว่า ฉันต้องเป็นแบบนี้ไปอีกนาน จะมีคนบอกว่า ถ้าเราเชื่อ เราก็จะเป็นแบบนั้น ฉันลองทำน่ะพยายามไม่โมโห และค่อยพูดแต่สุดท้ายใจเหมือนจะขาดเลยอารมณ์ขาดไปอีก และกลับมาร้ายเหมือนเดิม แม่บอกว่าจะมีใครทนฉันได้ใหมนะ คำตอบเหรอ ไม่มีนั่นเอง แต่ก็ยังไม่ปรับปรุง ด่าตัวเองว่า อีบ้า บ่อย ๆ แต่ก็นั่นแหละ ก็แค่นั้นเอง ฉันก็ยังทำร้ายคนอื่นอยู่ดี ฉันต้องการอะไรกันแน่?..,มันเป็นคำถามที่ฉันยังค้นหาคำตอบต่อไป พร้อมๆกับเวลาที่ผ่านไป...และกับความกลัวในใจไปพร้อมๆกัน กลัวเสียทุกคนไป และก็ยังทำร้ายทุกคนอยู่ทุกวัน....

 

1/7/2008

ลืมวันพระ ลืมของดี ลืมความสุข

วันพระนี้ ท่านลองไปดูตามวัดซิว่า มีคนเข้าวัดไหม
ไม่มีหรอกเขาไปเที่ยวกัน ลืมวันพระ ลืมของดี ลืมความสุข
มีแต่ความทุกข์ไม่ลืม ความสุขกลับลืม
แต่อยากได้ความสุขไม่ต้องการทุกข์
แต่ท่านวิ่งไปหากองทุกข์ วิ่งไปหาหนี้สิน
วิ่งไปหาหายนะ วิ่งไปหาบุญแต่กรรมมันบัง

++++++++++++++++++++++

อยากนั่งกรรมฐานเพียง ๓ วัน
เดินจงกรมยังไม่ได้กลับแล้ว ไม่มีความเห็นจริงเลย
คนเรามันแย่ลงไป จึงหาความสุขในยุคปัจจุบันไม่ได้
เรามาอยู่ร้อนนอนทุกข์กันแท้ๆ ไม่มีเหาก็หาเหาใส่หัว
ไม่มีอะไรก็หาอะไรใส่ตัว ก็ไม่เป็นไรจะไม่ขอกล่าวต่อไป
แต่ความละเอียดอ่อนของชีวิตนี้ทุกคนหายาก

+++++++++++++++++++++++

ความดีจึงหายากมาก ทำได้ยากมาก
แต่ความชั่วทำได้ง่าย ลอยละล่องไปตามสายธารและสายชล
เหมือนล่องเรือไปตามสายน้ำฉะนั้น
แต่ทำความดีเหมือนพายเรือขึ้นมันฝืนใจ
ความดีนี้มันฝืนใจเราท่านทั้งหลายเอ๋ย
มันไม่มีปล่อยไปตามอารมณ์ตามใจตัวของท่านหรอก
ความดีต้องฝืนใจ ท่านฝืนใจได้
ท่านมีขันติความอดทนฝืนใจได้แล้วท่านจะพบธรรมะ
เป็นดวงใจใสสะอาดในตัวท่าน
ฝืนใจไม่ได้ ปล่อยไปตามอารมณ์ตามใจตนของตนแล้ว
ท่านจะพบแต่หายนะ ท่านจะไม่พบความรู้ที่แน่นอน
และความจริงที่เป็นอยู่ของชีวิตอย่างแน่นอน
ท่านจะได้ของที่เลวร้ายติดตัวตลอด


----------------------------

ขอขอบคุณเนื้อหาดีดี
โดย: หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม

1/1/2008

อย่าเสียดายและทำวันนี้ให้ดี

 

 

1 มกราคม 2551

            สวัสดีปีใหม่อีกวันหนึ่งจ๊ะ วันนี้วันดีๆ ใครได้ไปทำอะไรบ้างกันนะ เปาหนะได้ไปทำบุญที่วัด ไป 3 วัด วันฟ้าฮ่าม วัดเจดีย์หลวงและก็วัดพระสิงห์  ไปปล่อยปลา ก็ดีนะ ไปกับพ่อแม่ วันนี้ตื่นก็เกือบสิบโมงแล้ว นึกว่าจะไม่ได้ออกไปไหน พอดีพ่อกับแม่บอกว่าจะไปทำบุญก็เลยออกไปกะท่าน เถียงกันไปตลอดทาง สนุกดีอะ เปาบอกแม่ว่าจะไหว้ 9 วัด แม่บอกว่า ลองดู แต่พอไหว้ไป 3 วัด แม่บอกว่าเมื่อยมากๆๆ ไม่ไหวแล้ว เลยพากันกลับอะ วันนี้ตอนไปไหว้พระ และปล่อยปลา เหลือบไปเห็นตรงปลายน้ำอะ มีลุงคนหนึ่ง แกหว่านแห ดักปลาอยู่อะ  โห ความรู้สึกตอนนั้น มันแปลกๆบอกไม่ถูกจะโกรธลุงคนนั้นก็ไม่ใช่ ไม่พอใจก็ไม่ใช่ ไม่รู้ว่าเพราะอะไร แต่รู้สึกไม่ดี ก็คิดดูสิคนอื่นเค้าเอาปลามาปล่อย ยังไปไม่ถึงไหนเลยอะ ก็โดนลุงแกดักจับไปชะละ ก็รู้นะว่า ทำบุญเราไม่ต้องสนใจว่า เค้าจะเอาไปทำอะไรต่อ แต่นี่มันเกินไป เปาปล่อยปลาก็หวังให้ปลามันมีชีวิตที่ยืนยาว และชื่นชมโลกนี้ไปจนอายุขัยของมัน ไม่อยากให้มันโดนจับไปทำอะไรทั้งนั้น ตอนเปากะแม่ไปชื้อปลาไหลเห็นมัน ตาของมันอะ น่าสงสารนะ OK ถ้าเราชื้อมาปล่อยก็ดีไปแต่ถ้าชื้อไปฆ่าละมันจะเป็นยังไง วันนี้เปาอยากให้เป็นการเริ่มต้นที่ดีของเปาแต่เปาว่ามะค่อยใช่ละนะ เพราะว่า 555 เงินหมดเยย ทำบุญหมดเยย อ้ายเชษฐ์เคยบอกเปานะว่า ทำบุญแต่เราเดือนร้อนก็เหมือนเราทำบาปแต่ว่าเปาอยากทำนี่นา ถึงไม่มีเงินใช้ก็ไม่เป็นไร เปาคิดว่าตอนนี้เราพอมีก็ทำดีกว่า ขืนรอให้มีจนล้นเหลือก็ไม่ได้ทำกันพอดี ไม่เป็นไรเดือนนี้ขอแม่ใช้อีกนิดๆหน่อยๆก็ได้อะ ค่อยๆขอไปแม่ไม่สงสัยหรอก ตอนเย็นเปาก็ไปโอนตังค์ให้กับมูลนิธิขาเทียมในสมเด็จย่า  1000 บาท เปาพยายามไม่คิดให้อะไรตอบกลับมานะ เพราะการทำบุญเราต้องทำด้วยใจจริงๆ แต่ทำไม๊ทำไม ในใจยังแอบคิดว่า เผื่อชาติหน้าจะได้มีขาดีๆ สวยๆเหมือนคนอื่นบ้าง...ความคิดนี่ห้ามยากมากๆ เปาอ่านในเว็บนะ เค้าบอกว่า บริจาคเงิน 500 ผู้พิการจะได้ขาเทียมธรรมดา แต่ถ้า 1000 จะได้ขาที่สวยงาม เปาคิดว่า อยากให้คนที่ไม่มีขาจริงๆได้ขาที่สวยงามอะ ก็รู้นะว่าขาเทียมยังไงก็ไม่เหมือนขาจริงๆ แต่อย่างน้อยเราก็ได้ทำ วันนี้นะ ไปเดินวัดแล้วเปาก็ไปที่โรบินสันไงเพื่อจะไปโอนตังค์ให้มูลนิธิ โห ไม่น่าเชื่อคนแยะมากๆ ไม่ว่าหนุ่มหรือสาว หรือว่ามาทั้งครอบครัว เป็นวันแห่งการใช้เงินจริงๆ แอบคิดในใจว่า ถ้าเอาตังค์ที่มาเดินห้างไปทำบุญคงดีไม่น้อย .....

            อ๋อ ถ้าคนที่มาอ่านบล็อกเปาแล้วอยากทำบุญให้กับมูลนิธิสมเด็จย่ามั้ง

ก็สามารถเข้าไปชมได้ที่เว็บ www.prosthesesfoundation.or.th

เงินไม่กี่ร้อยของเราสามารถสร้างรอยยิ้มและความหวังให้คนอื่นได้นะค่ะ เปามาคิดในฐานะคนที่ขาพิการเหมือนกัน มีความหวังมาตลอดชีวิต นี่ขนาดเปาขายังไม่เสียไปจริงๆ หมายถึงขาไม่ด้วนจนต้องใส่ขาเทียมเปายังรู้สึกสิ้นหวังและท้อแท้ สำหรับคนที่เป็นมากกว่าเปาและเค้าไม่สามารถชนะความรู้สึกของตัวเองอย่างเปาเค้าคงทรมานน่าดูและถ้ามีความหวังและมีสิ่งไดสิ่งหนึ่งมาทดแทนได้แม้ว่าไม่เหมือนเดิมแต่อย่างน้อยความเปลี่ยนแปลงก็เกิดขึ้นและอาจเป็นส่วนหนึ่งทำให้ชีวิตคนๆนั้นสามารถเปลี่ยนไปในทางที่ดีได้ก็ได้ ถ้าเรามีส่วนช่วยให้คนอื่นมีชีวิตที่ดี คงเป็นบุญที่ประเสริฐที่สุดในโลกแล้วแหละ และคงดีกว่าเราไปชื้อเสื้อผ้า หรือว่า สิ่งของที่เราไม่จำเป็น คิดดูสิค่ะ สมมุติเราไปชื้อเสื้อผ้า 199. สองตัวก็ 400 และก็ชื้อของกินอีก ก็เกือบๆ 500 แล้วเราลองเปลี่ยนมาคิดว่า เสื้อผ้าแค่เรามีใส่ก็พอไม่จำเป็นต้องมีมากมายเอาเงินส่วนนี้ไปบริจาค และอยู่บ้านทำความสะอาดบ้านทำจิตใจให้สบาย...ถ้าเราไม่ทำบุญตอนนี้แล้วรอเวลาให้มีค่อยทำแล้วเราจะทำกันเมื่อไรกันละค่ะ ชีวิตเราเราไม่รู้ว่าพรุ่งนี้เราจะเป็นอย่างไร สู้ทำวันนี้ให้ดี และไม่เสียดายที่ไม่ได้ทำดีกว่า

            เมื่อก่อนตอนเปาชื้อของขวัญให้แม่เนื่องในวันแม่ เปาชื้อทองให้แม่ จากการเก็บจากเงินกู้บ้าง เงินค่าขนมบ้างชื้อทองให้แม่ได้ 2 สลึง แม่บอกว่าแม่ไม่เอาและให้เปาเป็นรางวัลที่เป็นเด็กดีแต่เปาก็ดื้อและบอกให้แม่ใส่และไม่ให้แม่ขาย แม่ก็ยอมใส่แหวนที่เปาชื้อให้แม้จะไม่เหมาะกับนิ้วแม่สักเท่าไร แต่เปาก็รู้สึกดีใจที่สุด....แต่เสือก็บอกเปาว่า ทำไมไม่รอให้มีเงินก่อนทำงานแล้วเก็บให้แม่สิ ค่อยหาชื้อให้แม่ ฉันก็เถียงในใจว่า ฉันรู้ตัวเองว่ามีลิมิตแค่ใหนและก็ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้ฉันจะเป็นอย่างไร ใช้ชีวิตเหมือนอยู่บนเส้นด้ายด้วยซ้ำไป อะไรนิดอะไรหน่อยก็ล้มอย่างง่ายดายถ้าสักวันฉันล้มในห้องน้ำหัวฟาดพื้นขึ้นมาและเป็นอะไรมากกว่านี้ฉันไม่ต้องเสียดายที่วันนี้ไม่ได้ทำอะไรให้แม่เลยเหรอ แต่ได้พูดออกไปนะ เดี๋ยวจะเถียงกันยาว รู้ว่าน้องชายหวังดี แต่เราก็ต้องมองคนๆนั้นด้วยว่า เค้าเป็นยังไง ไม่แม้แต่เปาด้วยซ้ำไป คนที่ปกติทั่วๆไปก็ใช้ชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้าย พลาดก็ตกลงมาอย่างง่ายดาย และมีสิทธิ์ที่จะพิการหรือไม่ก็ตายอย่างง่ายๆ ก่อนที่เราจะเป็นอะไรไป เราสู้ทำบุญไปเท่าที่กำลังเราจะทำได้ไม่ดีกว่าเหรอ ขืนรอ ตายไปแล้วเราก็อาจจะไม่ได้ทำก็ได้นะ ไม่ได้แช่งน๊า แต่คุยให้ฟังเฉยๆ

            จะว่าไปเสือก็ฟังที่เปาพูดนะ หลังจากที่คุยกันตอนเสือมารับเมื่อวานตอนเที่ยงคืน คุยกันไปในรถสองคนพี่น้อง ตอนแรกฉันบอกกับตัวเองว่าจะไม่ส่งข้อความให้ใครอีกแล้วเพราะขี้เกียจ แต่เสือดันบอกว่า นี่เธอขี้เกียจตั้งแต่วันปีใหม่เลยเหรอฉันก็เลยไปชื้อบัตรเติมเงิน 100 บาทและก็ส่งข้อความให้เพื่อนๆ หมดไปเลยอะเหลือ 13 บาท ทั้งคนที่สนิทและคนในเน็ต....เสือพูดให้ฟังว่า อยากทำบุญเผื่อว่าอะไรๆมันจะดีขึ้น ฉันก็บอกน้องของฉันไปว่า เสือการทำบุญนะ ทำไมต้องหวังว่าอะไรๆมันจะดีขึ้นด้วยละ  ถ้าหวังว่าจะมีอะไรดีขึ้น แสดงว่าไม่ใช่การทำบุญนะ เหมือนการแลกเปลี่ยน หรือไม่ก็ธุรกิจมากกว่านะ  เสือนิ่งไปสักพักและก็ตอบกลับมาว่า แหม มันก็ต้องมีบ้างแหละที่ต้องคิดอะ เปาเลยบอกไปว่า ต้องพยายามไม่คิดนะรู้ไหม  ทำบุญโดยไม่หวังผลตอบแทน  ไม่อธิฐานอะไร ทำบุญก็ทำบุญ คิดได้นะถ้าห้ามความคิดไม่ได้แต่พยายามคิดให้เลือนลาง เมื่อก่อนเปาก็เป็นบ่อยทำบุญไม่กี่สิบอะ แต่อธิฐานไปชะแยะเลยอะ ขอให้ตั้งแต่ ยายทวดยันแหลนเลยอะ แต่ตอนนี้จะไม่คิดอะไรทำบุญก็คือทำบุญ เสือก็อื้มๆๆกลับมา พอกลับถึงบ้านก็แยกย้ายกันเข้านอน มารู้ตอนเช้าว่าเสือเข้ามาขอเงินแม่ 500 บาทเพื่อไปทำบุญไม่รู้ว่าน้องเอาไปทำบุญอะไร แต่ก็ดีใจที่อย่างน้อยน้องชายก็ฟังคำพูดของฉัน....

12/31/2007

อีกมุมหนึ่ง

31 ธันวาคม 2550

            สวัสดีปีใหม่นะ ปี 2551 หวังว่าหลายๆคนคงมีความสุขกันนะ สำหรับฉัน ขอให้มีความสุขมากๆนะเปาหอม อวยพรตัวเอง ปีนี้ ฉันตั้งใจว่า อยากทำบุญ ไปใหว้พระ 9 วัด ไปกับมุก แต่เมื่อกี้มุกเพิ่งโทรมาบอกว่า พรุ่งนี้จะไม่มาหาแล้ว เพราะว่าไม่สบาย ฉันก็ได้แต่บอกเพื่อนไปว่า ขอให้หายเร็วๆนะ ไม่มาก็ไม่เป็นไรกินยาพักผ่อนมากๆละ แต่ใจของฉัน ความเหงาวิ่งเข้ามาจับใจเลย ยิ่งไม่มีอะไรแล้วความรู้สึกตอนนี้ ตอนแรกฉันคิดว่า เป็นสิ้นปีที่ไม่มีอะไรเลย ฉันนอนอยู่บ้านเฉยๆตั้งแต่วันที่ 29 วันที่ 30 ก็ยังนอนอยู่บ้านมองเพดาน วันที่ 31 ก็นอนอีกครึ่งวันแต่เสือมาบอกว่า ให้มาเฝ้าร้านให้หน่อย ฉันถึงออกมาอีกครึ่งวัน ฉันคิดว่า พรุ่งนี้ถ้ามุกมา ชีวิตฉันคงมีอะไรดีๆทำในวันปีใหม่ แต่พรุ่งนี้มุกไม่มา ชีวิตฉันเลยเดินทางเดิม  ไม่มีอะไรทำ ปีใหม่ไม่ต่างจากทุกๆวันที่ฉันเคยเป็น แถมยังมีความเหงาจับหัวใจเข้ามาแทรกซึมอยู่ในความรู้สึก ฉันเลยตัดสินใจว่าจะไม่ส่งข้อความอวยพรปีใหม่ให้ใครทั้งนั้น เพราะฉันไม่ได้มีความสุขเลย ฉันเลยขออยู่เฉยๆดีกว่า ....ใจหายๆฉันคาดหวังนะ ฉันอาจจะมีเพียงมุกคนเดียวที่เข้าใจฉัน และพร้อมเดินไปไหนด้วยกัน แต่พอมุกไม่มา ความผิดหวังเลยเกิดขึ้นในใจฉัน อะไรๆไม่เป็นอย่างที่วางแผนไว้แล้ว ฉันคิดในใจว่า แล้วสิ่งที่ฉันตั้งใจไว้ละ พรุ่งนี้ฉันจะไปไหว้พระกับใคร จะเดินเที่ยวต้อนรับปีใหม่กับใคร ขอร้องให้น้องบอยเดินด้วยเหรอไม่มีทางเลย แล้วเสือละ เสือยิ่งไม่ว่างอีก พี่น้ำก็ไม่ว่างทำตัวแบบนั้นแล้ว นวลอุ่งกับกองกลับเชียงดาวไปแล้ววันนี้ เหงาเหลือเกิน นี่เหรอวันปีใหม่ของฉัน ปีใหม่ที่ฉันคาดหวังว่าจะเจออะไรดีๆและทำดีๆ มีแค่ฉันอีกแล้ว จะให้ชวนพ่อกับแม่เหรอ ท่านก็เหนื่อยอยู่แล้วให้เดินตะลอนๆกับฉันคงเป็นไปไม่ได้ แถมยังต้องโดนบ่นแน่ๆ...อยากร้องให้จัง...มีพี่คนหนึ่งโทรมา ฉันเลยระบายความรู้สึกออกไป พี่เค้าคงอยากให้ฉันสบายใจ เลยพูดอะไรที่เป็นถ้อยคำดีๆมาให้ฉันฟัง เค้าพูดว่า ไม่เป็นไรนะถึงเปาไม่มีใครก็ยังมีเค้า...แต่ฉันกลับพูดไปว่า อย่าพูดเลย อย่าพูดคำดีๆออกมาอีกเลยเพราะฉันยิ่งรู้สึกแย่ยิ่งกว่าเก่า...พี่เค้าก็เงียบไปและขอตัววางสายไป....ตอนนี้ฉันไม่รู้ว่าเป็นยังไง แต่ฉันต้องการมุก ฉันอยากให้เพื่อนมาหาฉัน ฉันไม่ต้องการคำปลอบใจ หรือกำลังใจจากใคร ฉันแค่อยากอยู่กับเพื่อนของฉัน อยากพาเพื่อนเดินเที่ยว พาไปกินของอร่อยๆ และก็ถ่ายรูปเล่นกันตามประสาเหมือนเคยๆ ถามว่าน้อยใจเหรอ ใช่ ตอนนี้ฉันน้อยใจมากๆเลย แล้วน้อยใจมันเป็นแบบนี้เหรอ ไม่รู้สิ น้อยใจหรือว่าผิดหวัง ฉันไม่รู้เลยว่า ความรู้สึกที่ฉันเป็นอยู่นี้มันเรียกว่าอะไร กับการไม่มีใคร ฉันเพิ่งรู้นะว่า ความรักมันมีหลายอย่างจริงๆ ที่จริงฉันมีพ่อแม่ที่รักฉัน พี่สาวก็รัก น้องชายก็รักฉัน แต่บางครั้ง พวกเค้าก็ให้ในสิ่งที่ฉันต้องการทั้งหมดไม่ได้ บางสิ่งฉันต้องได้จากเพื่อน หรือไม่ก็คนอื่น ...เดินเที่ยวตะลอนๆไปทั่ว ยืนต่อขอเวลาชื้อเสื้อผ้า พี่น้องของฉันก็เคยเดินชื้อของหรือไปก็เข้าวัดกับฉัน แต่ความรู้สึกสนุกและมีความสุข ไม่เหมือนไปกับเพื่อน ....ความรู้สึกที่รับรู้ได้มันแตกต่างกัน ฉันคงคาดหวังอะไรๆมากไป เลยต้องผิดหวังอยู่เสมอไป น้ำตาเหรอ เอ่อออกมาตรงขอบตาแล้วละ ทำไมอ่อนแอจังเลย....ฉันต้องพูดกับตัวเองว่า ฉันมีความสุขนะ วันนี้ฉันมีความสุขนะ ฉันต้องพูดแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน ในเมื่อความรู้สึกมันไม่มีเลย...

            ฉันคิดว่า ครอบครัวไง ครอบครัวฉันคือความสุขแล้ว แต่นั้นมันคนละความรู้สึกกัน ครอบครัวฉัน มีให้ตลอดเวลาอยู่แล้ว แต่บางทีเพราะฉันอาจไม่เคยพอก็ได้ ...และฉันอาจจะเพิ่งเข้าใจวันนี้เองก็ได้ว่า ทำไมคนเราถึงเหงา ทั้งๆที่รอบตัวมีคนมากมาย และครอบครัวก็มีเช่นกัน...เราอาจอยากทำอะไรที่มันแปลกๆไปจากชีวิตเดิม และคิดว่านั่นคือความสุข โดยไม่คิดว่า ครอบครัวคือความสุข เพราะความรักจากครัวครัวเราก็เป็นเหมือนเดิมๆและทุกๆวันก็เป็นไปอย่างนั้นอยู่แล้ว รู้สึกบีบหัวใจอีกแล้ว ฉันจะเป็นแบบนี้อีกนานไหม

            พรุ่งนี้ปีใหม่แล้ว ฉันจะเป็นยังไงในปี 2551 อีกไม่กี่ชั่วโมงก็จะหมดปีแล้ว ทำไมฉันยังอยู่ตรงนี้และรู้สึกไม่เอาไหนอยู่นะ  ดีเจบ้านี่ก็ทำไมพูดมากจังนะ ฉันอยากฟังเพลง รู้สึกได้เลยว่าคิ้วขมวดชนกันอยู่ หวังว่าเพลงที่กำลังฟังอยู่จะทำให้ฉันรู้สึกดีๆขึ้นมากนะ.....อ่าวยังไม่ทันจบเพลง โฆษณาชะละ...เฮ้อ...ไปหาเว็บอีกเว็บ อ่าว เปิดเพลงเร็วชะงั้น สุดท้ายเข้า Google แล้วก็พิมพ์คำว่า ด้านมืดแห่งจันทร์ ฟังมันไป อีกรอบ ....

            พรุ่งนี้ ฉันจะไปทำบุญกับใคร จะไปไหว้พระกับใคร  เดินคนเดียวอีกแล้วละมั้ง....หรือว่าไม่ทำมันชะเลย แต่ฉันตั้งใจไว้แล้ว ไม่รู้สินะ พรุ่งนี้คงได้รู้กันว่าฉันคงไม่ได้ไปวัดแน่ๆ อาจนอนอยู่บ้านทั้งวัน หรือไม่ก็มาเฝ้าร้านให้น้องชาย...เฮ้อ

12/24/2007

สวัสดี วันดีๆ

            เมื่อวานกลับบ้านไปเลือกตั้งมา...ว๊าว ไม่ได้กลับบ้านเสียนานเลยอะ...ไปกับพี่น้ำคนสวยของเราเอง พี่น้ำขับ...ไปถึงก็เจอคุณครูที่เคยสอน ว๊าว โรงเรียนเรา เล็กนิดเดียว เดินสำรวจสักหน่อย พอเลือกเสร็จก็กลับไปหายายทวด พี่น้ำขอยืมตังค์ 1000 เอาก็บ่นอุบ พี่น้ำก็บอกว่าก็บอกให้เตือนพี่ ผ่านเอทีเอ็มพี่จะกดเราไม่เตือนนี่ เราก็ไม่ยอมเอาให้ แต่เปาดันหิวข้าวอะ เลยบอกพี่น้ำหิวข้าวแล้วอะ พี่น้ำบอกในประเป๋ามีไม่ถึง 40 แง๊ หิวๆๆ งอแงใส่พี่สาว พี่น้ำบอกว่า เอาตังค์ของเปาออกก่อนเดี๋ยวพี่คืนให้...เราก็บอกว่า พี่ต้องคืนเป็นแบงค์พันคืนนะ พี่น้ำก็บออก เอ๊ออออ เราก็เอาตังค์ให้พี่น้ำไป พี่น้ำก็เลี้ยงข้าวเรา และก็เอาตังค์ให้ยายทวดชื้อขนมให้หลานๆ เสร็จแล้วตลอดทางไปอรุโณทัยเราก็ย้ำๆๆกับพี่สาวว่าพี่ๆแบงค์พันคืนนะๆๆๆๆ พี่น้ำก็บอกว่า อื้มๆๆๆ พอลงจากรถ รับปากกับยัยมุกไว้ว่าถ้ากลับบ้านจะค้างด้วย พรุ่งนี้วันหยุดเลยค้างดีกว่า บอกพี่น้ำว่าพี่น้ำกลับไปเชียงใหม่คนเดียวนะ เดี๋ยวพรุ่งนี้เปาค่อยต่อรถคิวกลับเอง พี่น้ำก็ไปจอดให้ที่บ้านมุก...แต่ก่อนลงรถ..ขอตังค์ค่ารถพี่น้ำ 200 บาท พี่น้ำบอกให้เอาไป 500 เลย เรามะเอา อะ พอลงรถเดินตัวปริวลงรถเลยอะ ลืมเอาตังค์กะพี่สาวอีก พี่สาวก็เรียกๆ และก็เอาตังค์ให้ 300 และพี่เราก็กลับบ้านคนเดียว ส่วนเรา ไปปล่อยแก่กับยัยมุกๆ ไปถ่ายรูปเล่น ไม่มีไรทำเดี๋ยวหน้าเหี่ยวไปชะก่อน .....อ๋อตอนที่ไปถ่ายรูปที่ทางเข้าหมู่บ้าน เจ๊อ...เจอ ตำรวจนอกเครื่องแบบ แหม พวกเราสามคนถึงไม่สวยก็น่ารักยืนอยู่ข้างทาง มันเลี้ยวรถมาจอดเลยอะ เราสามคนก็รีบขึ้นมอเตอร์ไซต์หนีเลย ไม่ใช่หนีเพราะพวกเราทำไรผิดหรอก แต่คิดว่ามันจะมาจีบอะ มันถามว่า น้องๆ จะไปใหน เราบอกจะกลับบ้าน บ้านอยู่อรุโณทัย มันบอกว่า พี่คนนี้(หมายถึงคนขับอะ) พี่คนนี้อยากรู้จักแล้วมันก็ลงรถมาอย่างรวดเร็ว เราสามคนก็รีบขึ้นรถและทำเป็นไม่ได้ยินมันตะโกนตามหลังว่า น้องๆสองคนข้างหลังอะ ไม่เคยเห็นหน้าเลยนะ แหม จะบอกว่าเราสวยละสิ เสียใจย่ะ เราไม่สนตำรวจหน้าหม้อ....

            และแล้วเราก็ไปทำโน่นทำนี่ ถ่ายรูป ไปเก็บมะกอก เจอแต่คนจะขึ้นดอยอ่างขาง สงสัยคนกรุงเทพไม่เคยเจอถนนว่างๆ เลยขับกันชะเร็ว พวกเราได้แต่มองตาปริบๆ และแล้วก็ดึกแล้วอะไม่มีไรทำ ไปถ่ายรูปพระจันทร์ และก็ไม่มีไรทำอีก เน็ตก็ไม่มี ดีหน่อยยังมีไฟ เลยรื้อเสื้อผ้ายัยมุกมาใส่เล่นแล้วถ่ายรูปไว้ ... ก็มันไม่มีไรทำ

            พอตอนเช้า ไปใหว้เจ้าแม่กวนอิมกัน และพ่อกับแม่เปาก็ขับรถมาอรุโณทัยพอดีเลยอะ เลยไม่ต้องต่อรถกลับ ตังค์พี่น้ำให้ 300 ก็เอาไปทำบุญชะละ ดีอะพ่อแม่มาไม่ต้องต่อรถ พ่อกับแม่เราเอารถไว้ให้เปา 1 คันให้เปาขับกลับเอง ดีๆๆ แม่บอกกลับเร็วๆนะ เราก็บอกว่าค๊า แต่ที่ใหนได้ แอบเอารถเก๋งไปเที่ยววัดนะเหนือต่อ ทีนี้ มีปัญหาเกิดขึ้น น้ำมันจะหมดยังไม่พออะ และไปแวะเที่ยวตลาดนัดที่รินหลวง มีทหารอยู่เต็มเลย เราก็เอารถไปจอดในเขตทหารลงไปเที่ยว พอกลับมา พอสตาร์ทรถ เสียงสัญญาณเตือนภัยดันดัง ปิดก็ไม่เป็น ทำไงก็ไม่ดับ ดังอยู่นั่น ทหารมาช่วยก็ไม่ดับ อายจะตาย เค้ามองมาเป็นตาเดียว เหงื่อใหลพรั่กๆๆ ไม่ได้กลัวนะ แต่อายอะ เค้าถามว่าแอบเอารถแม่มาขับสิเนี่ย ถูกเผ็งอะ เค้าก็ทำไม่เป็น ต้องโทรหาแม่ แม่บอกให้พวกเราลงรถแล้วกดล๊อคก่อน แล้วค่อย เปิดอีกที แหม รีบขับออกมาอย่างเร็ว อาย ยังไม่จบนะ พอไปเที่ยววัดนะเหนือ ไปใหว้พระ เปาขับรถแล้วดึกเบรกมือไว้แล้วก็พอขับออกวัดมาดันไม่เอาเบรกมือลง และยังมีหน้าคุยกับมุกและมิ้นว่า นี่ๆๆ เราไปวัดมา มีใครขึ้นรถเรามาด้วยหรือเปล่าอะ ทำไมรถมันหนักๆ เพื่อนก็ว่า จะบ้าเหรอ วัดนะไม่ใช่ป่าช้า และก็ไม่สงสัยอะไรอีก และก็ขับขึ้นดอยไปอีกประมาณ 10 กว่าโล พอไม่มีที่ไป ก็เลยเลี้ยวหัวรถกลับทีนี้ปัญหาเกิดแล้วดิ  เบรกดันติด มันเหยียบยังไงก็เหยียบไม่ลง ดันลงดอยอีกต่างหาก เปาตกใจ แต่ไม่มากอะ คิดว่าข้างทางยังมีให้เลี้ยวลงไป แต่ใจเย็นๆ แล้วบอกเพื่อนว่า เบรกเหยียบไม่ติดอะ ยิ่งเหยียบเบรกก็เหมือนยิ่งเร่ง ตอนนั้นหน้ามิ้นเหลือกี่นิ้วไม่รู้แต่คงตกใจอะ  แล้วเหมือนโชคช่วยอะ เราขับโดยไม่เหยียบเบรกนานเหมือนกัน และดีนะเป็นบ้านนอกไม่มีรถแยะ และมันขึ้นเนินพอดี มันเลยหยุด เราจอดกลางทางแล้วรอให้รถมันปรับตัวก่อน แล้วค่อยๆออกใหม่ ค่อยยังชั่ว ไม่มีไร ก็คุยกันมา แค่ไหงมือสั่น มองหน้าเพื่อนๆเ พื่อนๆหน้ามีสีขึ้นแล้ว ก็หัวเราะกันลั่นรถเลยอะทีนี้ แต่ก็ไม่มีใครบ่นนะ นี่สิเพื่อน และเปาก็ขับรถกลับมาจากเชียงดาวมาเชียงใหม่อีก เมื่อยคอชะมัดเลย เห็นรถป้ายทะเบียนกรุงเทพมหานคร อีกแล้ว ขับแบบไม่มีมารยาทอีกละ ขนาดไม่ให้แซงมานยังแซง สังสัย กทม ถนนไม่เคยว่างแบบนี้พอมาเจอถนนว่างๆ เลยซิ่งซะ.....สนุกจังเลย แต่ไม่ได้ซักผ้าอะ พรุ่งนี้จะเอาไรใส่...เนี๊ย             

 
ขอบคุณสำหรับการเข้าเยี่ยมชม!
Please wait...
Sorry, the comment you entered is too long. Please shorten it.
You didn't enter anything. Please try again.
Sorry, we can't add your comment right now. Please try again later.
To add a comment, you need permission from your parent. Ask for permission
Your parent has turned off comments.
Sorry, we can't delete your comment right now. Please try again later.
You've exceeded the maximum number of comments that can be left in one day. Please try again in 24 hours.
Your account has had the ability to leave comments disabled because our systems indicate that you may be spamming other users. If you believe that your account has been disabled in error please contact Windows Live support.
Complete the security check below to finish leaving your comment.
The characters you type in the security check must match the characters in the picture or audio.
TiGeRSMaLLwrote:
ผมเปนน้องชาย  ของพี่เปาครับ มีใครรู้ พาส ของพี่ ขอบอกผมด้วยนะครับ ติดต่อมาที่ 085-8641811 ขอบคุณมากๆครับ
Sept. 7
eak kaweewrote:
Red heartRed heartRed heartRed heartRed heartRed heartRed heartRed heartRed heartRed heartRed heartRed heartRed heartRed heartRed heartRed heartRed heartRed heartRed heartRed heartRed heartRed heartRed heartRed heartRed heartRed heartRed heartRed heartRed heartRed heartRed heartRed heartRed heartRed heartRed heartRed heartRed heartRed heartRed heartRed heartRed heartRed heartRed heartRed heartRed heartRed heartRed heartRed heart
Aug. 16
 
คิดถึง น๊า เปา
Aug. 9
น่ารักจังคร๊าบบ   เวลายิ้ม  และทุกทุกเวลา  อยาก
รู้จักคร๊าบบบบบบบ
July 10
Danielewrote:
Hi friend
I'm exploring windows live spaces in the world and I am finished in your.
Many kisses from Italy. Bye bye
May 23